Toddler in Trend

เด็ก ไทยไร้สารตะกั่ว

พญ.นัยนา ณีศะนันท์ กุมารแพทย์ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี เปิดเผยว่า แม้พิษภัยสารตะกั่วในประเทศไทยจะไม่ใช่ปัญหาหลักของสาธารณสุข เนื่องจากมีการเปลี่ยนการใช้เชื้อเพลิง  จากน้ำมันที่มีสารตะกั่วเป็นส่วนผสม มาใช้น้ำมันไร้สารตะกั่ว ทำให้ประเทศไทยไม่มีปัญหาการ ปนเปื้อนสารตะกั่วในอากาศที่เกินมาตรฐาน แต่สิ่งที่ยังเป็นความเสี่ยงอยู่ คือ ‘การปนเปื้อน     ในอาหารน้ำดื่มและผงฝุ่น’ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องป้องกัน เพราะถ้าเด็กได้รับพิษจากสารตะกั่ว        จะมีผลกระทบอยู่ตลอด โดยเฉพาะมีผลต่อสมองที่กำลังพัฒนา จะไม่สามารถกลับมาเป็นปกติได้
เด็กเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงมาก ที่จะได้รับผลกระทบ เพราะร่างกายของเด็กสามารถดูดซึมสารตะกั่วให้เข้าสู่ร่างกายได้มากถึง 50% เมื่อเทียบกับผู้ใหญ่ที่ดูดซึมเพียง 10-15% เท่านั้น และสารตะกั่วที่อยู่ในร่างกายของเด็กมีสัดส่วนการกระจายอยู่ในเนื้อเยื่อมาก กว่าผู้ใหญ่ ร้อยละ 30 ต่อร้อยละ 10 ทำให้เกิดผลกระทบต่อร่างกายเด็กได้มากกว่า โดยไม่แสดงอาการใดๆ ให้เห็นจากภายนอกเลย หากเด็กได้รับสารสะสมในปริมาณตะกั่วในเลือดที่เพิ่มขึ้นทุก 10 ug/dl จะทำให้ สติปัญญาต่ำลง 4-7 จุด จากงานวิจัยของ  ต่างประเทศพบว่าแม้ในระดับต่ำกว่านี้ อาจส่งผลกระทบต่อการเรียนและพฤติกรรมของเด็กเช่น เรียนรู้ช้า สมาธิสั้นและพัฒนาการถดถอย
การปนเปื้อนสารตะกั่วที่มากับอาหารและน้ำดื่มของประเทศไทย มาจากการปนเปื้อนในอาหารที่จำหน่ายข้างถนน  โดยเฉพาะบริเวณที่มีการทุบตึก หรือการก่อสร้าง เพราะอาจจะมีผงฝุ่นตะกั่ว ซึ่งเป็นส่วนผสมในสีทาบ้านปนมาในอากาศติดตามเสื้อผ้าและภาชนะจากหม้อ ก๋วยเตี๋ยว ตู้น้ำดื่ม หม้อกาแฟโบราณที่มีการเชื่อมบริเวณรอยต่อด้วยโลหะซึ่งมีส่วนผสมของตะกั่ว เมื่ออุณหภูมิของน้ำสูงขึ้นถึง 80 องศาเซลเซียส สารตะกั่วจะละลายปนเปื้อนออกมากับน้ำ ภาชนะเซรามิคที่มีสีและลวดลายสวยงามอยู่ในบริเวณที่ต้องสัมผัสกับอาหารโดย ตรง และจากของเล่นเด็กที่ใช้สีผสมสารตะกั่ว เมื่อเด็กเล่นก็มักจะอม หรือนำมือที่สัมผัสของเล่นเข้าปาก ก็จะรับสารตะกั่วผ่านทางเดินอาหารได้
ซึ่งสารตะกั่วไปสามารถทำลายได้ด้วยความร้อน และสามารถเข้าสู่ร่างกายคนเราโดยผ่านทางลมหายใจ ผ่านทางเดินอาหาร ถ้าได้รับในปริมาณน้อยๆร่างกายจะกำจัดออกทางปัสสาวะและตับแต่ถ้าได้รับมาก เกินไป ร่างกายไม่สามารกำจัดทิ้งก็จะเข้าไปสะสมอยู่ที่กระดูก ฟัน และอวัยวะต่างๆ เช่น ไต ตับ สมอง และปอด ดังนั้นวิธีการป้องกัน คือ    ไม่ใช้ภาชนะที่มีลวดลายอยู่ด้านในที่ต้องสัมผัสกับอาหารไม่ใช้ภาชนะ เซรามิคเก็บอาหารที่เป็นกรด(รสเปรี้ยว)เลือกร้านอาหารที่ใช้หม้อก๋วยเตี๋ยว อนามัย เลือกของเล่นที่ได้มาตรฐาน เป็นต้น

คนรักสุขภาพ รู้เรื่องภัยของสารตะกั่วแล้ว อย่าลืมบอกต่อคนที่เรารักด้วยนะคะ

Mother&Care  Vol.5  No.58  October  2009

Leave a Reply

%d bloggers like this: