G Mom

คุณนุ๊ก-สุทธิ ดา เกษมสันต์ ณ อยุธยา คุณแม่นักร้องและนักแสดง กับบทบาทการเป็น single mom และ working mom ในเวลาเดียวกัน แม้ว่าจะไม่ใช่ เรื่องง่าย แต่คุณนุ๊กก็สามารถแบ่งเวลาให้กับน้องปิ๊ปโป้ และน้องปาแปง ลูกชายที่น่ารักทั้งสองคนได้เป็นอย่างดี
ตอน นี้คุณนุ๊กทำอะไรบ้างคะ
ก็มีงานในวงการบันเทิง ทำร้านเสื้อในห้าง ก็จะเป็นเสื้อผ้าแนวที่เราอยากใส่ มีทั้งที่ ในตัวห้างและที่เมเจอร์รัชโยธิน ส่วนทำทัวร์ก็จะเป็นทัวร์พระพุทธศาสนาที่ประเทศอินเดีย ทำกับคุณโก้ (ธีรศักดิ์) เพราะว่าต่างคนต่างชอบที่จะไปวัด ฟังธรรม ก็เลยมาทำทัวร์ตรงนี้ แม้ไม่ได้กำไรอะไรมากมาย แต่อย่างน้อยเราได้มีโอกาสเป็นสะพานบุญให้คนอื่นเข้าสู่ธรรมะเหมือนกับเรา
แบ่ง เวลาให้กับลูกอย่างไร
เมื่อก่อนเวลา 24 ชั่วโมงนุ๊กให้ลูก 28 ชั่วโมงเลย หลังจากแยกบ้าน ก็ทำอะไรหลายๆ อย่าง เพราะอยากรู้ว่า เรามีความอดทน มีความสามารถแค่ไหน นุ๊กอยากให้ลูกเห็นว่า แม่ทำได้ทุกอย่างในโลกนี้ แล้วก็อยากให้ลูกทำไปกับเรา ที่ผ่านมานุ๊กอยู่กับลูกมาตลอด แต่พอทำงานเราก็ต้องอธิบายให้เขาเข้าใจว่าแม่ไปทำงาน อันไหนที่พาเขาไปได้ก็จะพาไป เพื่อให้เห็นว่าเราทำงาน หรือเวลาไปขายเสื้อ ก็จะบอกเขาว่า ช่วยหม่าม้านะ ซึ่งจริงๆ เขาก็ไม่ได้ช่วยหรอก แต่พยายามให้เขารู้สึกว่าเรามาทำงาน เขาต้องมาช่วยบ้าง ไม่อยากให้เขาโตมาอย่างสบายๆ

กับ บทบาท Single Mom
นุ๊กว่าสภาพจิตใจเปลี่ยนไปในทาง ที่ดีเยอะเลย รู้สึกว่าเรามีความมั่นคงในตัวเองมากขึ้น เคารพตัวเองมากขึ้น แล้วในขณะเดียวกันก็ ถ่ายทอดไปยังลูกเรา รู้สึกว่าดีขึ้นในหลายๆ จุดค่ะ แต่ก็มีข้อเสียของการไม่มีผู้ชายอยู่ในบ้านอยู่บ้าง เช่น ตอนน้องชายกลับมาจากอเมริกา แล้วเขาซื้อคอมพิวเตอร์มาให้ เด็กๆ ก็เล่นกันอย่างสนุกสนาน แต่พอน้องชายกลับไป เวลาที่เขาอยากเล่น เราเปิดให้ลูกเล่นไม่ได้ก็เลยรู้สึกอึดอัด แต่ก็รู้สึกว่าไม่เป็นไร มันไม่มีใครเป็นอะไรมาแต่เด็ก กับแค่คอมพิวเตอร์เราก็ไปเรียนได้ เรียนไปพร้อมๆ กับลูก ค่อยๆ โตไปพร้อมๆ กัน นุ๊กบอกลูก ทุกเรื่อง ทุกอย่างที่เกิดขึ้น อธิบายให้ลูกเข้าใจ แต่ไม่ได้บอกให้เกลียดใครหรือรักใคร เหมือนคอมพิวเตอร์ก็จะบอกเขาว่าแม่ทำไม่เป็น เราต้องเข้าใจนะว่าเราไม่มีคนมาทำให้ อธิบายให้เขาฟัง
สไตล์ การเลี้ยงลูกของคุณนุ๊ก
จะบอกกับตัวเองว่า เราไม่เคยเป็นแม่นะ ก็เลยต้องเรียนรู้ตลอดเวลา เหมือนว่าเราเคยเป็นแม่ของเด็กสองขวบกับสามขวบ แต่ไม่เคยเป็นแม่ของเด็กสามขวบกับสี่ขวบ ต้องเรียนรู้ โตไปพร้อมๆ กับลูกค่ะ บางทีเราอาจจะเลี้ยงลูกผิด แต่ก็ต้องรีบแก้ไขแล้วปรับให้มันเข้ารูป เข้ารอยให้ดีที่สุด อย่างหนึ่งที่มั่นใจก็คือ ปกติคนเราตรวจร่างกายปีละครั้ง ถ้าต้องเลี้ยงลูกเราก็ควรจะตรวจตัวเองปีละครั้ง ไปหาจิตแพทย์ที่เกี่ยวกับเด็ก คุยกับหมอ เพื่อซ่อมตัวเราแล้วก็ซ่อมลูก เวลาเราคุยกับจิตแพทย์เราจะรู้แนวทางว่า ปีนี้เราจะพาลูกสองคนไปในทางไหน แล้วอะไรที่เราจะปูพื้นฐานให้ อะไรที่ไม่ถูกมันยังแก้ได้ทัน แนวคิดอะไรที่เราอาจคิดไม่ถูก หรือว่าอยากจะรู้แนวคิดใหม่ๆ ก็ต้องคุยกับจิตแพทย์บ้าง เหมือนเวลาอ่านหนังสือมันคือความรู้ระดับหนึ่ง การที่เราได้คุยกับพ่อแม่ด้วยกันก็เป็นความรู้ที่ดีอีกระดับหนึ่ง ส่วนการที่ได้คุยกับจิตแพทย์ ก็เป็นความรู้ที่ดีที่สุด

บุคลิก ของน้องปิ๊ปโป้และน้องปาแปง
ลูกชายทั้งสองคนบุคลิก จะต่างกันมาก ปิ๊ปโป้จะดูเป็นนักวิชาการ นิ่งๆ แต่ปาแปงจะไม่อยู่นิ่ง นุ๊กว่ามาจากตอนที่ท้อง อย่างตอนท้องปิ๊ปโป้ นุ๊กจะอ่านหนังสือเยอะมาก โดยเฉพาะหนังสือเกี่ยวกับการเลี้ยงเด็ก พอรู้เยอะแล้วก็เกิดความกังวลทำให้ปิ๊ปโป้เป็นคนขี้กังวลไปด้วย แต่ตอนท้อง ปาแปงจะอยู่เฉยๆ ไม่ได้ ต้องทำนู่นทำนี่ตลอดเวลาแล้วก็สู้คน เหมือนกับปาแปงตอนนี้เลยค่ะ


บางครั้งด้วย บุคลิกที่ต่าง ก็เลยทำให้มีทะเลาะกันบ้าง แต่เราก็มีวิธี คือเล่านิทานแต่งเองให้ลูกฟัง หรือถ้าดื้อมากๆ ก็จะใช้วิธีอธิบายว่า เวลารถชนกันตำรวจเขาปรับทั้งคู่ แล้วเดี๋ยวค่อยไปตัดสินถูกผิดทีหลัง เพราะฉะนั้นถ้าทะเลาะกัน แม่ตีทั้งคู่คนละสิบที แล้วเดี๋ยวแม่จะมาตัดสินอีกทีว่าใครถูก ใครผิด คือถ้าเขาเคลียร์กันได้ก็จะพยายามให้เคลียร์กันเอง อยากให้เขาปรองดองกัน เวลาเราไปข้างนอกนุ๊กจะจูงลูก คนเดียว ใครก็ได้ แต่จะจูงคนเดียว เพื่อให้เขาจับมือกันแล้วก็จะบอกเขาว่าให้เทคแคร์กัน ดูแลกันดีๆ

กำลังใจ ที่ดีที่สุดของคุณนุ๊ก
สำหรับนุ๊กกำลังใจอยู่ที่ตัว เรา คือถ้านุ๊กเจ็บมากๆ หรือโกรธมากๆ เสียใจมากๆ นุ๊กจะไม่ให้ลูกเจอเลย เพราะว่าไม่อยากให้ลูกเห็นแม่อยู่ในสภาพแบบนี้ ไม่อยากให้ลูกซึมซับความโศกเศร้า ความโกรธ  ฉะนั้นเวลาอยู่กับลูกจะตัด ทุกอย่างเหมือนกัน และพอตัวเองพร้อมก็จะเริ่มรับสิ่งที่คนอื่นหยิบยื่นมาให้ ไม่ว่าจะเป็นความน่ารักจากลูก ความดีจากคุณพ่อคุณแม่ที่ทำให้เราตลอดเวลา แล้วก็กำลังใจจากเพื่อนๆ หรือแม้แต่คนที่เป็นแฟนคลับ เลยทำให้รู้สึกว่ามัน ไม่ได้โหดร้าย ทุกคนให้กำลังใจ แล้วทำไมเราไม่ให้กำลังใจตัวเอง และอีกอย่างคือคุณพ่อคุณแม่ ถ้าไม่มีท่าน นุ๊กก็คงยังไม่มีโอกาสได้ก้าวออกมาจากชีวิตที่ไม่แฮปปี้ ไม่มีแรง ที่จะก้าวออกมา ไม่มีใครสักคนประคองจนถึงทุกวันนี้ค่ะ


……………………………………………………………..
Mother & Care  Vol.5  No.54  June  2009

Leave a Reply

%d bloggers like this: