Baby in Trend

ทารกต่างเพศ ตอบสนองต่อความเครียดต่างกัน

จากการศึกษาของทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแอดดิเลด (Adelaide) พบว่าทารกต่างเพศมีการตอบสนองต่อความรู้สึกเครียดในระหว่างตั้งครรภ์ของแม่ แตกต่างกัน

หากแม่มีภาวะเครียดระหว่างตั้งครรภ์จะมีผลต่อการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ แต่ละเพศต่างกันไป โดยเพศชายจะไม่มีอาการตอบสนองใดๆ  และเจริญเติบโตตามปกติ ในขณะที่เพศหญิงจะมีพัฒนาการล่าช้าออกไปเล็กน้อยหรืออาจมีน้ำหนักตัวน้อย กว่าปกติ และถ้าแม่มีความเครียดมากขึ้นหรือได้รับผลกระทบจาก โรคแทรกซ้อน บุหรี่ แอลกอฮอล์อีก อาจทำให้ทารกชายหยุดการเจริญเติบโตและเสี่ยงต่อการเสียชีวิตในครรภ์ ในขณะที่ทารกหญิงยังเติบโตต่อไปได้ตามปกติ

ศาสตราจารย์วิกกี้ คลิฟตัน หัวหน้าทีมวิจัย กล่าวว่า นอกจากความเครียดแล้ว ผลกระทบจากแม่ในกรณีอื่นๆ เช่น ภาวะหอบหืด ความดันโลหิตสูงและการสูบ

บุหรี่  ยังมีผลต่อภาวะเครียดของหญิงตั้งครรภ์  จะทำให้พัฒนาการของทารกที่เกี่ยว เนื่องกับฮอร์โมนคอร์ติซอลเปลี่ยนแปลงไป โดยการเพิ่มขึ้นของฮอร์โมนคอร์ติซอลในทารกเพศหญิงจะทำให้ทารกมีพัฒนาการที่ ช้าลง ส่วนการเพิ่มขึ้นของฮอร์โมนในทารกเพศชายจะไม่มีผลกระทบใดๆ ต่อพัฒนาการ 

สำหรับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์นั้นก็ควรระมัดระวังไม่ให้เกิดความเครียดไม่ ว่าจะในระยะสั้นหรือยาวย่อม มีผลต่อการตั้งครรภ์และพัฒนาการของทารกเช่นกัน ซึ่งผลการวิจัยนี้จะเป็นประโยชน์ต่อสูตินารีแพทย์ในการประเมินพัฒนาการของ ทารกในครรภ์และความเสี่ยงต่างๆ ในขณะตั้งครรภ์ด้วย

ฝึกทารกว่ายน้ำ  เพิ่มทักษะการทรงตัว

การวิจัยล่าสุดพบว่า การฝึกทารกให้ว่ายน้ำตั้งแต่ช่วง 2-3 เดือนแรกจะช่วยพัฒนาทักษะด้านการทรงตัวและการหยิบจับสิ่งของเมื่อทารกโตขึ้น

จากการ ศึกษาของศาสตราจารย์เฮอร์มุนเดอร์ ซิกมุดสัน และไบรอัน ฮอบกินส์ จากสาขาจิตศาสตร์ มหาวิทยาลัยแลนคาสเตอร์ โดยเปรียบเทียบพฤติกรรมของทารกอายุ 2-3 เดือน จำนวน 2 กลุ่ม กลุ่มละ 19 คน โดยกลุ่มหนึ่งให้ฝึกว่ายน้ำ 2 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ไปจนถึงอายุ 7 เดือน ส่วนอีกกลุ่มไม่ได้รับการฝึกว่ายน้ำ

โดยทารกกลุ่มที่ได้รับการฝึกว่ายน้ำนั้น จะได้ฝึกว่ายในท่าตีลังกาบนแผ่นโฟมลอยน้ำ การดำน้ำ  การพยุงตัวในน้ำ และการคว้าจับสิ่งของ และเมื่อเด็กทั้ง 2 กลุ่มอายุประมาณ 5 ขวบ นักวิจัยจึงทำการประเมินผล  อีกครั้งโดยการทดสอบให้เด็กเดินด้วยปลายเท้า ฝึกการทรงตัวบนเชือก  กลิ้งลูกบอลไปยังเป้าหมาย และหยิบสิ่งของ พบว่าเด็กกลุ่มที่ได้รับการ  ฝึกว่ายน้ำสามารถทรงตัวและหยิบจับสิ่งของได้ดีกว่า


“ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมานี้ ในยุโรปมีการฝึกทารกให้ว่ายน้ำเฉลี่ยสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง โดยครูฝึกเด็กทารกจะสามารถฝึกเด็กตั้งแต่อายุ 3 เดือนได้อย่างถูกต้องตามหลักทฤษฎีของการว่ายน้ำ จึงไม่เป็นอันตรายและจะช่วยพัฒนาทักษะในด้านการทรงตัว การคว้าจับสิ่งของให้กับทารกเมื่อโตขึ้นอีกด้วย” ศาสตราจารย์ซิกมุดสันกล่าว

update by flower

Mother & Care / June

Leave a Reply

%d bloggers like this: