G mom

แหม่ม-คัทลียา แมคอินทอช
ลูก สอนให้เรารู้ซึ้งถึงการเป็นแม่
ช่วงเวลา เพียง 3 ปีที่ผ่านมา คุณแหม่ม-คัทลียา แมคอินทอช ห่างหายจากหน้าจอความบันเทิงไปบ้าง แต่ยังคงทำหน้าที่ผู้บริหาร บริษัท ลักษ์ (666) จำกัด ที่สำคัญ เธอเป็นคุณแม่ Working Mom ที่มีเงื่อนไขเรื่องของลูกเข้ามาในชีวิตค่ะ
เมื่อ เป็นคุณแม่ในชีวิตจริง
แหม่มเองก็ไม่ใช่แม่ที่เก่งอะไร นัก แต่ก็รู้ว่า 1 2 3  ตามนี้นะ อันไหนเป็นเรื่องที่พ่อแม่ทุกคนควรทำ อาจจะอ่อนตรงนี้ไปบ้าง มากตรงนี้ไปหน่อย แต่ก็มีความสุขกับการมีลูก การที่เขามาอยู่กับเรา เขาให้อะไรหลายๆ อย่างเยอะมาก เราต้องรับผิดชอบ ต้องเป็นแบบอย่างที่ดี ดูแลตัวเอง เพื่อให้เขาภูมิใจว่า แม่ผมครับ พ่อผมครับ และเลยไปถึงว่า ดูแลตัวเอง รักษาสุขภาพตัวเอง เพื่อที่จะได้มีชีวิตอยู่ดูแลเขา อย่างแต่ก่อนขับรถเร็ว เดี๋ยวสายนะ เพื่อให้ทันงาน คุณแม่เราเองก็บอกว่า ขับรถดีๆ นะลูก ระวังนะลูก เดี๋ยวนี้มีลูก คิดปั๊บว่า ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับฉัน ใครจะดูแมค ฉันต้องแข็งแรง ฉันต้องอยู่ มีชีวิตดูแลเขา คือ ลูกสอนอะไรเราเยอะ ให้เราคิดและรู้สึกถึงคุณค่าการเป็นแม่ การเป็นแบบอย่างที่ดีของลูกและสังคม
จัดสรร เวลาระหว่างงานกับลูกอย่างไร
กิจวัตรประจำวัน ในแต่ละวันจะไม่เหมือนกันค่ะ แต่ถ้าแหม่มทำได้ ก็จะเริ่มจากแต่งตัว ส่งลูกไปโรงเรียน พอส่งลูกเสร็จ ถ้างานที่ออฟฟิศไม่ยุ่ง อาจจะไปทำธุระ ทำกิจส่วนตัว หรือไม่ก็เข้าออฟฟิศ แล้วพอถึงเวลาที่ลูกเลิกเรียน ก็ไปรับลูก ใช้เวลาที่เหลืออยู่กับลูก โดยเฉพาะช่วงเวลาก่อนนอน 15 นาที เขาบอกว่า เป็นช่วงเวลาที่เด็กอยากอยู่กับพ่อแม่ แหม่มจะพยายามกลับบ้าน มากล่อมเขานอน ตัวแหม่มเองไม่เคร่งครัดกับเรื่องเวลางาน ไม่ใช่แบบ 5 โมงกลับบ้าน ไม่ทำอะไรแล้ว เพราะถ้ามีประชุม ต้องดูงาน แหม่มก็จะต้องทำ ก็ยืดหยุ่นบ้างเล็กน้อย
ความ ซุกซนของน้องแมคเป็นยังไงบ้างคะ
ช่วงนี้น้องแมคเขา 3 ขวบแล้ว มีความเป็น ตัวของตัวเองสูง แต่ถึงยังไงเราก็ต้องฝึกวินัยให้เขา อย่างบางครั้งถึงเวลาเข้านอนเขาจะต่อรอง ยื้อไปเรื่อย หรือกินข้าวอยู่ที่โต๊ะร่วมกัน อยู่ๆ ก็ขอมานั่งตัก หรือไม่ก็ลุกเดินไปโน่นมานี่ ก็จะสอนเขาว่า ไม่ควรทำแบบนี้ ป้อนไปเดินไป ก็ไม่เอา ควรนั่งกินให้เรียบร้อย ไม่ได้คือไม่ได้ ไม่เช่นนั้นเขาก็จะไม่รู้จักวินัย กฎเกณฑ์ และสิ่งที่เราบอก ก็เพื่อสิ่งที่ดีที่สุดกับเขา เริ่มเข้าใจกับคำพูดของแม่ที่ว่าต้องพูดปากเปียกปากแฉะ กันขนาดไหน บางครั้งต้องพูดเป็นสิบเที่ยวในเรื่องๆ เดียวกันก็มี

ยิ่งช่วงที่แมคงอแง เกเร แหม่มก็มีปี๊ดนะ คือเราเหนื่อยแบบไม่รู้ตัวเหมือนกัน แต่ไม่ตะคอกเขานะ แต่ด้วยเสียงแหม่มดุอยู่แล้ว ก็จะประมาณว่า แมค…หยุด คือเราต้องมีสติ นิ่งนิดนึง เอานะเขาอาจจะง่วงนอน ก็มีโยเยกันได้ เราเองเวลาง่วงนอนก็ยังงอแง ผู้ใหญ่หิวข้าวยังอารมณ์เสียเลย นับประสาอะไรกับเด็ก 3 ขวบ คือต้องเห็นอกเห็นใจ เอาใจเขามาใส่ใจเรา อยู่บนพื้นฐานความถูกต้องน่ะค่ะ
สไตล์การ เลี้ยงลูก
ไม่ว่าจะเลี้ยงในสไตล์แบบไทยหรือตะวันตกนั้น สำหรับตัวเองคิดว่าคงรวมๆ กัน หยิบส่วนดีมาใช้  ไม่ใช่ไทยดีมากร้อยเปอร์เซ็นต์ หรือฝรั่งไม่ดีเลย หรืออะไรก็ฝรั่งดีที่สุด คงจะปรับและประยุกต์ เป็นไปตามยุคสมัย เพราะสิ่งแวดล้อมเปลี่ยนไป ต่างจากสมัยที่เรายังเด็ก หรือว่าสื่อต่างๆ ที่ได้รับก็เปลี่ยนไป คิดว่าเลี้ยงแบบธรรมชาตินี่แหละดีที่สุด

โดยเฉพาะเรื่องความคิด แหม่มสอนให้เสมอและแน่นอนเราอยากให้ลูกเป็นคนดี มองโลกในแง่บวก แต่ขณะเดียวกัน เขาก็ต้องรับรู้ในแง่ลบด้วยนะ ไม่ใช่ว่ามีเพียงด้านเดียว พอถึงวันหนึ่งที่โตไป ต้องเผชิญสิ่งต่างๆ ภายนอก แล้วเกิดรับไม่ได้ เขาจะดูแลแก้ไขอย่างไร แหม่มไม่รู้นะ ว่าสิ่งที่คิดถูกหรือผิด เพราะตัวเองก็เพิ่งเป็นแม่มาได้ 3 ปี อยากให้ลูก อยู่ในโลกของความเป็นจริง สิ่งที่ไม่ดีเป็นยังไง ลูกต้องรู้จักปัญหา เผชิญกับปัญหาด้วย ไม่ใช่ว่า พ่อแม่เลี้ยงมาแทบแย่ แต่พอผิดหวัง มีปัญหา กลับแก้ไขไม่ได้ พ่อแม่คุณไปอยู่ไหน

วาง แผนอนาคตของน้องแมคไว้อย่างไร
คุณพ่อเขาอยากให้แมคไป เรียนเมืองนอก เพราะตัวคุณพ่อก็ไปเรียน ตั้งแต่อายุ 8 ขวบ แต่ไม่ได้หมายความว่าหลักสูตรเมืองไทยไม่ดี ทุกวันนี้ โรงเรียนที่น้องแมคเรียนก็ค่อนข้างเอาใจใส่ ดูแลน้องแมคดี เพียงแต่แมคจะได้ทั้งเรื่องของภาษา การช่วยเหลือตัวเอง เผชิญโลกกว้างด้วย แต่ก็ไม่ได้ตั้งเป้าหมายอะไรที่ชัดเจนว่าจะต้องไปแน่ๆ เพราะทุกอย่างเปลี่ยนแปลงได้เสมอ
คำแนะนำ ที่อยากฝากถึงครอบครัวอื่นๆ
แหม่มเองมีข้อมูลเกี่ยวกับ เรื่องลูกทั้งจากหนังสือ คุณหมอ เพื่อนๆ พี่ๆ ที่มาแชร์ประสบการณ์ แหม่มมั่นใจว่า พ่อแม่ทุกคนรักลูกมาก แหม่มเองก็เป็นคุณแม่ธรรมดาคนหนึ่งบ้านๆ ทั่วไป คือกอดลูก หอมลูก ซึ่งมันปกติ เบสิกอยู่แล้ว แต่อยากจะให้พ่อแม่ได้พยายามทำให้ลูกเห็นว่า บนโลกนี้มีทั้งด้านบวกและลบ เห็นทั้ง 2 ด้าน อีกเรื่องคือ การรู้จักค่าของเงิน สิ่งของ ไม่ใช่อยากได้ก็ได้ จนกระทั่งไม่เห็นคุณค่าของเงิน สิ่งของที่ได้มา อย่างเวลาแหม่มจะซื้อของให้แมคจะตกลงกันก่อนว่า ซื้อพียง 1 ชิ้นเท่านั้น แต่แหม่มอาจโชคดีที่ว่า แมคเองก็ไม่เคยเรียกร้อง แม้ว่าจะมีโอกาสมากกว่าเด็กคนอื่น ก็อยากให้ลูกเราและเด็กคนอื่นๆ ได้ตรงนี้ด้วย ซึ่งแหม่มคิดว่า พ่อแม่ทุกคนก็คิดเช่นแหม่ม แต่มันก็ไม่ง่าย เพราะสิ่งเร้ามีอยู่มากมาย แต่ก็เป็นเรื่องสำคัญที่พ่อแม่ ต้องปลูกฝังให้ลูก
…………………………………………………………………….

http://www.motherandcare.in.th

Mother&Care  VOL.5  NO.50 Febuary 2008

Leave a Reply

%d bloggers like this: