โกหกเพื่อความสบายใจ ใช้ได้ผลจริงหรือ?

โกหกเพื่อความสบายใจ ใช้ได้ผลจริงหรือ?

 

สิ่งที่เราจดจำมาตั้งแต่วัยเยาว์คือ การโกหกเป็นสิ่งไม่ดี แต่เมื่อเติบโตขึ้นมา ปัจจัยอื่นๆ ก็พาให้เราโกหกอยู่บ่อยครั้งในชีวิตประจำวัน หากผู้ถูกโกหกไม่รู้ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร แต่ถ้ารู้ขึ้นมา ร้อยทั้งร้อยก็ผิดใจกันทุกราย โดยเฉพาะความสัมพันธ์ที่ค่อนข้างสนิท ไม่ว่าจะเป็น พ่อ-แม่, พี่-น้อง, เพื่อน และคนรัก

หลายคนเกิดคำถามว่า การโกหกเป็นเรื่องเลวร้ายจริงหรือ? แล้วถ้าเราโกหกเพื่อให้คนที่เรารักสบายใจในความสัมพันธ์นั้นผิดหรือไม่ หรือบางครั้งก็แค่เลี่ยงบาลี ตีมึนทำเนียนๆ ไป ก็คิดเข้าข้างตัวเองกันว่า ฉันไม่ผิด (เท่าไหร่หรอกนะ)

สรุปสั้นๆ ง่ายๆ ว่า ไม่ว่าคุณจะมีเหตุผลอะไร การโกหกก็ทำให้ความสัมพันธ์เราแย่ลงในที่สุด โดยเฉพาะกับตัวเอง เพราะมันอาจทำให้คุณกลายเป็นคนโกหกใครๆ เก่งจนเคยตัว ลองมาดูเหตุผลของคนที่คิดโกหก และสถานการณ์เมื่อถูกจับได้กันก่อนเลยค่ะ

โกหกเพื่อให้เกิดความสบายใจของเขา

ข้อนี้ฟังดูเหมือนเป็นคนดีขึ้นมาทีเดียว แต่ขอยกตัวอย่างสถานการณ์ความรักขึ้นมาให้เห็นภาพอย่างชัดเจน หากคนรักของเราโกหกเพื่อให้คุณสบายใจว่า เขาและแฟนเก่าไม่ได้ติดต่อกันอีกแล้ว แท้จริงนั้นเขายังติดต่อกัน แต่ไม่อยากให้คุณเป็นกังวลใจก็เลยเลิกปิดบัง นั่นเป็นเพราะเขาอาจไม่มีอะไรจริงๆ ถามว่าหัวอกผู้หญิงถ้ารู้ทีหลังโกรธมั้ย?…เรื่องนี้เป็นฟืนเป็นไฟ ฆ่าได้หยามไม่ได้ทีเดียวค่ะ

โกหกเพื่อความสบายใจของเรา

ไม่ต้องถามเลยว่า ข้อนี้เป็นยังไง ใครๆ ก็ต้องตอบว่าไม่ดีอย่างแน่นอน แต่เหตุผลก็ยังคล้ายๆ กับข้อแรกอยู่ดี หลายคนเลือกโกหกเพราะเลี่ยงปัญหา ทำให้เราสบายใจกว่า แต่ถ้าคิดในทางกลับกัน คนฟังมารู้ทีหลังจะยิ่งหมางใจกันเสียเปล่า และข้อนี้ก็เป็นการโกหกที่สมบูรณ์แบบโดยไม่มีข้อแม้เสียด้วย ส่วนผลที่ตามมานั้น อยากให้คุณลองถามตัวเองดูว่า ถึงแม้เขาจับไม่ได้ แต่คุณก็ยังไม่วายร้อนใจ กลัวว่าถ้าความตริงเปิดเผยเมื่อไหร่จะกลายเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โตหนักกว่าเดิมอยู่ดี เห็นมั้ยคะว่า การโกหกแบบนี้ไม่มีข้อดีหลงเหลืออยู่เลย

การโกหก ไม่ว่าจะทำเพื่อให้คนที่เรารักสบายใจ หรือเหตุผลใดก็ตามสุดท้ายแล้วมันก็ยังเป็นคำโกหกวันยังค่ำ และเมื่อวันย้อนกลับมาหาเรา ก็จะทำให้เราเป็นทุกข์ในความผิดที่ตัวเองเป็นผู้ก่อ และ และไม่ผิดดีค่ะ ลองพิจารณาดูว่า นั่นคุณทำเพื่อคนที่คุณรักจริงหรือ???

เรื่องโดย : ข้าวปั้น

Leave a Reply

%d bloggers like this: