เนิร์สเซอร์รี่ เสริมภูมิคุ้มกันโรคให้ลูกรัก

เนิร์สเซอร์รี่ เสริมภูมิคุ้มกันโรคให้ลูกรัก

ยุคไฮเทคนี้เมื่อไม่สามารถเลี้ยงลูกเองได้ เพราะต้องทำงานนอกบ้านตลอดทั้งวันด้วย ญาติพี่น้อง ปู่ย่าตายายก็อยู่ไกลไม่สะดวกที่จะเลี้ยงลูกให้ เวิร์คกิ้งมอมทั้งหลายต่างหันมาพึ่งบริการของเนิร์สเซอร์รี่หรือส่งลูกไป อยู่สถานรับเลี้ยงเด็กก่อนเข้าโรงเรียนอนุบาลด้วยความจำใจเพราะความจำเป็น กันถ้วนหน้าค่ะ

สิ่งดีๆ ที่หาได้จาก เนิร์สเซอร์รี่
ความ จริงแล้วการส่งลูกไปอยู่เนิร์สเซอร์รี่ก็มีข้อดีที่ทำให้พ่อแม่ยิ้มได้ค่ะ มีงานวิจัยล่าสุดพบว่า เด็กที่ถูกส่งไปเลี้ยงยังสถานรับเลี้ยงเด็กในตอนกลางวันนั้นจะเป็นโรคหวัด น้อยลงเมื่อเข้าสู่วัยประถมศึกษา เพราะเด็กที่อยู่ตามสถานรับเลี้ยงเด็กช่วงกลางวันที่มีเด็กอื่นอยู่รวมกัน เกิน 6 คนขึ้นไป จะมีภูมิคุ้มกันการติดโรคจากเชื้อไวรัสประเภทโรคหวัด ซึ่งผลการวิจัยนี้ตรงกับทฤษฎีของกุมารแพทย์หลายรายเช่นกัน

ผล การวิจัยได้รับการตีพิมพ์ลงในวารสารกุมารแพทย์และอายุรแพทย์ พบว่าเด็กวัย 2 ขวบที่ถูกเลี้ยงตามสถานรับเลี้ยงเด็กกลางวันจะเป็นโรคหวัดบ่อยถึง 2 เท่าของเด็กที่เลี้ยงอยู่กับบ้าน แต่เมื่อเริ่มเข้าสู่อายุ 6 – 11 ขวบ เด็กที่ถูกเลี้ยงตามสถานรับเลี้ยงเด็กกลางวันจะเป็นหวัดน้อยลงถึง 1 ใน 3 ของเด็กที่เลี้ยงอยู่กับบ้านเชียวค่ะ เมื่อเด็กทั้งสองกลุ่มย่างเข้าสู่วัย 13 ปี พบว่าทั้งสองกลุ่มมีโอกาสเป็นหวัดเท่าๆ กัน

ดร.โทมัส เอ็ม บอลล์ ภาควิชากุมารแพทย์ มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์อริโซน่า สหรัฐอเมริกา ระบุว่าการวิจัยนี้ช่วยให้พ่อแม่คลายความกังวลใจ ลดความรู้สึกผิดที่ตัวเองไม่อาจเลี้ยงลูกอยู่กับบ้านได้ แต่ต้องส่งลูกไปเลี้ยงที่สถานรับเลี้ยงเด็กในช่วงกลางวันแทน เพราะระบบป้องกันเชื้อโรคจะต้องเรียนรู้จากประสบการณ์ โดยได้รับเชื้อเข้ามาก่อน แล้วจึงค่อยย้อนกลับมาป้องกันเชื้อโรคนั้นให้ในภายหลัง ข้อดีอีกประการหนึ่งของการเป็นหวัดบ่อยเมื่อยังเล็กๆ นั้น ส่งผลให้เป็นหวัดน้อยลงเมื่อเข้าสู่วัยประถม ทำให้ลดการขาดเรียนลงเมื่ออยู่ชั้นประถมศึกษา

เสริมภูมิคุ้มกันโรคได้จากเชื้อเด็กอื่น
มี การวิจัยอีกชิ้นหนึ่ง โดยนักวิจัยแห่ง University of Arizona College of Medicine รายงานลงในวารสาร New England Journal of Medicine ว่าการที่เด็กได้รับเชื้อโรคจากเด็กคนอื่นบ้างเป็นการดี ไม่ว่าจะเป็นจากในบ้านเดียวกันหรือในสถานรับเลี้ยงเด็ก เพราะจะทำให้เด็กมีภูมิคุ้มกันเพิ่มขึ้น ถึงแม้ว่าบางครั้งการรับเชื้อจากเด็กคนอื่นจะทำให้เด็กเหล่านี้ป่วย หรือไม่สบายบ้างในตอนยังเล็กก็ตาม คณะนักวิจัยติดตามผลการทดลองกับเด็กจำนวน 1000 คนตั้งแต่แรกเกิด ศึกษาว่าการได้รับเชื้อจากเด็กอื่นมีส่วนเกี่ยวข้องกับการป่วยในระยะแรก หรือเสี่ยงต่อการเป็นโรคหอบหืดหรือไม่ จนเด็กเหล่านี้อายุได้ 13 ขวบ พบว่าเด็กที่เล่นกับเพื่อนมากๆ มีเพียงครึ่งเดียวเท่านั้นที่มีทีท่าว่าจะ เป็นโรคหอบหืด และน้อยกว่า 20% ที่จะเป็นโรคภูมิแพ้

นัก วิจัยชี้ว่าถ้าเด็กได้รับจุลินทรีย์มากจะทำให้ระบบภูมิคุ้มกันดีขึ้น ถ้าไม่เคยได้รับมาก่อน ภูมิคุ้มกันจะระบุว่าเชื้อนั้นเป็นสารที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ สถาบันวิจัยในยุโรปก็ได้ทำการศึกษาระยะยาวเปรียบเทียบเด็กสวีเดนกับเด็ก ประเทศเอสโตเนีย สวีเดนเป็นประเทศที่สะอาด ขณะที่เอสโตเนียตรงกันข้าม พบว่าจำนวนเด็กเอสโตเนียเพียงครึ่งเดียวของเด็กสวีเดนที่จะเป็นโรคหอบหืด การที่เด็กได้รับเชื้อโรคบ้างในช่วงต้นของชีวิต จะทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย T-Cell พัฒนาขึ้น ซึ่งเป็นเซลล์ที่มีบทบาทสำคัญในการก่อให้เกิดปฏิกิริยาต่อสารแพ้ เด็กที่ได้รับเชื้อโรคจากเด็กอื่นบ้างร่างกายจะผลิต Th2 cells น้อยลง ซึ่งหากมีมากอาจก่อให้เกิดโรคหอบหืดหรือภูมิแพ้ และผลิต Th1 cells มากขึ้น จึงเท่ากับเป็นการช่วยให้ร่างกายลูกต่อสู้เชื้อโรคได้ดีขึ้นด้วยค่ะ

Leave a Reply

%d bloggers like this: