ทำไม ไม่สบาย ต้องตัวร้อน

ทำไมไม่สบาย ต้องตัวร้อน
สัญญาณหนึ่งที่บ่งบอกว่าร่างกายเราไม่ปกติ คือ อาการตัวร้อน ซึ่งนับเป็นอาการปกติ ของอาการไม่สบาย แต่สร้างความไม่สบายใจ ให้กับพ่อแม่เป็นอย่างมาก แล้วเคยสงสัย  หรือไม่ว่า ตัวร้อน เกิดจากสาเหตุใด เพราะทุกอย่างย่อมมีเหตุผลเสมอ ฉบับนี้เรามาหาสาเหตุนั้นกันดีกว่าค่ะ

ทำไมถึงตัวร้อน
ร่างกายคนเรามีอุณหภูมิไม่เกิน 37 องศาเซลเซียส ถ้าสูงกว่านี้ เป็นสัญญาณเตือนว่าร่างกายกำลังเจ็บป่วย โดยมีภูมิต้านทานโรคชนิดหนึ่งที่คอยทำหน้าที่ในการ ต่อต้านเชื้อโรคใน ร่างกายที่จำเป็นทุกส่วน และคอยขับถ่ายของเสียและพิษของเชื้อโรคออกจากร่างกายอย่างรวดเร็ว ดังนั้นร่างกายต้องเพิ่มอัตราการทำงานของอวัยวะทุกส่วน จึงเป็นสาเหตุทำให้ร่างกายมีไข้ ซึ่งถ้าร่างกายมีไข้สูงติดต่อกันเกิน 24 ชั่วโมง จะทำให้โปรตีนที่สะสมอยู่ในร่างกายถูกทำลาย ทำให้เป็นอันตรายได้ และในเด็กเล็กบางคนอาจมีอาการชัก เมื่อมีไข้สูงตามมา

ตัวร้อนแล้วชัก
เด็กที่มีไข้สูงแล้วเกิดอาการชัก มักจะอยู่ในช่วงอายุ  6 เดือน-6 ปี โดยพบบ่อยที่สุดในช่วงอายุ 1-3 ปี ซึ่งส่วนใหญ่พบว่า คุณพ่อคุณแม่เคยมีประวัติการชักในช่วงเด็กๆ อาจจะเกิดขึ้นกับลูกได้ (แต่ไม่เสมอไป) ดังนั้น ถ้าลูกน้อยมีไข้สูง ก็ต้องระวังกันเป็นพิเศษ

อาการชักจากไข้พบในเด็กผู้ชายมากกว่าเด็กผู้หญิง ซึ่งอาการชักจากไข้นั้นสามารถเกิดขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็น โรคอะไรก็ตามที่ทำให้ไข้สูง เช่น ไข้หวัด ปอดบวม หูอักเสบ หรือบางคนฉีดวัคซีนที่ทำให้มีไข้ และไข้สูง ก็ชักได้เช่นกัน เพราะอุณหภูมิที่สูงขึ้นจะไปกระตุ้นสมอง ทำให้เกิดอาการชัก และส่วนใหญ่ถ้าเกิดอาการชัก มักมีอาการ วันแรกหรือวันที่ 2 หลังจากมีไข้ และถ้ามีไข้ต่ำอยู่แต่ กลับสูงขึ้นมาอย่างรวดเร็วก็ต้องระวังเช่นกัน

บรรเทาอาการตัวร้อน
1. เมื่อลูกมีไข้ ควรทำการวัดอุณหภูมิก่อน ถ้าเป็นไข้ต่ำๆ อุณหภูมิไม่เกิน 37.5 องศาเซลเซียส ให้หมั่นเช็ดตัวด้วยน้ำธรรมดาบ่อยๆ และให้ดื่ม   น้ำสะอาดบ่อยๆ เพื่อเป็นการบรรเทาความร้อน

2. ให้ลูกสวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี อยู่ในที่ที่อากาศถ่ายเทได้ดี

3. คอยสังเกตอาการ และวัดไข้เป็นระยะ

4. ถ้ามีไข้สูงเกิน 37.5 องศาเซลเซียส ควรให้ยาลดไข้ตามปริมาณที่  คุณหมอกำหนด ซึ่งถ้าเด็กมีไข้สูงมาก (เกิน 39 องศาเซลเซียส) คุณหมออาจพิจารณาจ่ายยาลดไข้อีกชนิดที่ออกฤทธิ์เร็วขึ้น แต่ถ้าลูกมีอาการชัก คุณพ่อคุณแม่ควรปฏิบัติตามนี้

* ตั้งสติให้ดี ไม่ควรตกใจเกินไป
* ให้จับลูกนอนตะแคง เพื่อป้องกันไม่ให้สำลักน้ำลายหรือเสมหะ
* ด้ามช้อนหุ้มด้วยผ้าสอดเข้าไปในปากลูก ป้องกันไม่ให้กัดลิ้นตัวเองแต่ถ้าลูกมีอาการเกร็งมาก อย่างัดหรือออกแรงงัดปากลูก รอจังหวะให้กล้ามเนื้อคลายตัวแล้วรีบสอด
* เช็ดตัวลูกๆ เรื่อย เพื่อให้ไข้ลดลง เมื่อเห็นลูกอาการเริ่มสงบ และยังสามารถกลืนยาได้ ให้รีบป้อนยาลดไข้ และพาไปพบคุณหมอโดยเร็ว

ยาลดไข้สำหรับเด็ก โดย ทั่วไป คือ ยาพาราเซตามอลชนิดน้ำ ซึ่งเป็น ยาสามัญประจำบ้าน สามารถใช้ได้อย่างปลอดภัย แต่อย่างไรก็ตามไม่ควรใช้พร่ำเพรื่อ แต่ต้องใช้เท่าที่จำเป็น และตามขนาดที่ระบุไว้ โดยเฉพาะในเด็กเล็กๆ ต้องใช้ยาตามน้ำหนักตัว และที่สำคัญไม่จำเป็นต้องกินยาเพื่อการป้องกัน แต่กินเพื่อการรักษา เช่น พ่อแม่หลายท่านกังวลว่าหลังจาก ฉีดวัคซีน ลูกจะมีไข้ตัวร้อนขึ้นมา จึงให้ลูกกินยาไว้ก่อน เป็นต้น

ทุกครั้งก่อนการป้อนยาลูก ต้องมีการเขย่าขวดยาก่อนทุกครั้ง เพราะ ยาลดไข้ชนิดน้ำเชื่อมนั้นมักเป็นยาแขวนตะกอน เพื่อให้ได้รับยาที่มีความ  เข้มข้นเท่ากันทุกครั้ง

ข้อมูลโดย นิตยรสาร Mother&Care.

http://www.motherandcare.in.th

Leave a Reply

%d bloggers like this: