ถึงเวลาของนักเลียน แบบตัวจ้อย

ถึงเวลาของนักเลียน แบบตัวจ้อย

รู้ไหม…เด็กตัวน้อยๆมีวิธีการเรียนรู้สิ่งรอบตัวอย่างไร วิธีเฉพาะตัวที่เด็กมักใช้กัน คือ การเลียนแบบค่ะ ซึ่งเป็นกระบวนการที่สำคัญในการเรียนรู้ เด็กที่พ้นวัยแบเบาะมาสามารถเลียนแบบสีหน้า ท่าทาง แววตา อารมณ์ความรู้สึก การกระทำ พฤติกรรมต่างๆจากพ่อแม่และคนใกล้ตัวได้อย่างที่เราคาดไปไม่ถึงแล้วค่ะ
ลองมา ติดตามพัฒนาการของเขากันสิคะ

5 เดือน : ชอบมองปากเวลาแม่พูด แล้วส่งเสียงตาม เราอาจได้ยินคำว่า “มา” “หม่ำ” ดังนั้นควรช่วยให้ลูกเรียนรู้เพิ่มขึ้น โดยตอบรับเสียงลูก อาจยิ้ม พูดตาม พูดย้ำคำของลูก รวมทั้งพูดคุยกับลูกบ่อยๆด้วยนะคะ

8 เดือน : เริ่ม เลียนแบบกิริยาท่าทางพ่อแม่ ซึ่งจะช่วยให้ค้นพบความสามารถใหม่ที่ทำให้ลูกตื่นเต้นแล้วก็สนุกมาก ช่วงนี้เล่นเกมส่องกระจกกับลูกได้เลยค่ะ ลูกจะได้รู้จักเปรียบเทียบรูปลักษณะและขนาดของจริงได้ด้วย

9 เดือน : ลูกสนใจการเลียนแบบ การฝึกให้ลูกดื่มนมจากถ้วย ควรใช้วิธีเลียนแบบในการสอน เช่น แม่ถือแก้วใบหนึ่ง ให้ลูกถือใบหนึ่ง แม่ทำท่าดื่มและให้ลูกทำตาม โดยเติมนมใส่ถ้วยให้ลูกแต่เพียงเล็กน้อยนะคะ

10 เดือน : ชอบเลียน แบบท่าทางการแสดงความรู้สึกของผู้ใหญ่ เช่น เวลาเสียใจจะทำหน้าเศร้าเหมือนจะขาดใจ จะหยิบอาหาร ตักมาป้อนแม่ ถ้าแม่ยอมรับลูกก็จะตื่นเต้น แถมยังชอบเลียนแบบเด็ก ถ้าเห็นใครหัวเราะก็หัวเราะตาม เห็นใครร้องก็จะร้องตาม ชอบเลียนแบบการกระทำเด็กโต สังเกตวิธีการเล่น แล้วพยายามทำตามอย่างที่เขาเล่น ซึ่งการจำตัวอย่าง ารทำสิ่งต่างๆ ก็เป็นพื้นฐานที่ช่วยให้เกิดกระบวนการเลียนแบบขึ้นมาได้นั่นเองค่ะ

11 เดือน : ลูกเลียนแบบชัดเจนขึ้น เพราะอยากรู้ว่าคนเขาเป็นกันอย่างไร ลูกจะจำและจับความสัมพันธ์พฤติกรรมของคนและสิ่งต่างๆได้ เช่น เมื่อพูดถึงเครื่องบิน ลูกจะชี้ไปบนฟ้า สามารถแสดงพฤติกรรมตามที่เคยเห็นได้ เช่น แอบเอาของพี่ๆไปซ่อน เลียนแบบวิธีการเล่นของพี่ๆ เช่น เอาดินสอมาทิ่มๆบนกระดาษอย่างที่พี่ๆทำ ซึ่งการเลียนแบบเสียง จังหวะพูด การแสดงสีหน้าของพ่อแม่ ก็ส่งผลให้ลูกเรียนรู้ที่จะพูดและแต่งตัวได้ด้วยค่ะ

13 เดือน : ลูกเลียน เสียงสูงๆต่ำๆ ทำสุ้มเสียงสนทนา ท่าทางประกอบได้ มาเรียกชื่อและการกระทำต่างๆให้ลูกรู้จักได้เลย ใช้คำพูดชัดเจน ออกเสียงช้าๆ พูดถึงสิ่งที่กำลังจะทำ สิ่งที่ทำอยู่ และสิ่งที่ทำไปแล้ว เช่น “เดี๋ยวจะอาบน้ำให้” “กำลังตักน้ำใส่อ่าง” “อาบเสร็จแล้วไปแต่งตัวกัน” แล้วก็ถือโอกาสที่ลูกชอบเลียนแบบพ่อแม่สอนสิ่งต่างๆ เช่น ให้ลูกใช้ช้อนตักข้าว อาบน้ำ เช็ดตัว แต่งตัว โดยไม่ต้องมีการบังคับกันค่ะ

แม้วัยขวบปีขึ้นไปจะทำอะไรได้เกือบเท่า ผู้ใหญ่ แต่ลูกก็ยังต้องการการฝึกฝนเพื่อพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ โดยเลียนแบบกิริยา ท่าทาง และภาษา เช่น ถ้าแม่แสดงความรักต่อลูก หอมแก้มลูก ลูกก็จะแสดงความรักตอบ โดยหอมแก้มกลับไปเช่นกัน ลูกจะพยายามเข้ามามีส่วนร่วมในโลกของผู้ใหญ่ จะมองคนอื่นและเลียนแบบคนอื่นเพื่อเข้าสังคมอยู่เสมอ ดังนั้นอย่าลืมสร้างสิ่งแวดล้อมดีๆให้ลูกมีประสบการณ์ที่ดี และมีสังคมที่ดีด้วยนะคะ

ส่งเสริม การเลียนแบบของลูกรัก

การเลียนแบบเป็นเครื่องมือพื้นฐานในการ เรียนรู้ของเด็ก เด็กจะอาศัยการเลียนแบบผู้คนรอบข้าง เพื่อทดสอบความเข้าใจและรับเอาสิ่งนั้นมาใช้ ดังนั้นควรพัฒนาลูกน้อยให้เรียนรู้มากขึ้นได้ ดังนี้

– ปล่อยให้ลูกได้มีโอกาสทดลองทำ เช่น จับไม้กวาดไปกวาดบ้าน ถึงจะไม่สะอาดก็ตาม อาจหาไม้กวาดอันเล็กๆ มาให้ลองทำดู หรือให้ลูกทดลองพูด ลองฟังเสียงโทรศัพท์เวลาพ่อแม่คุยกับคนที่ลูกรู้จักบ้างก็ได้

– หาปากกา ดินสอสี สีเทียน มาให้ลูกคอยขีดเขียนบนกระดาษ

– เป็นแบบอย่างที่ดีของลูก อยากให้ลูกมีลักษณะนิสัย พฤติกรรม บุคลิก การพูดจา มีมารยาท เป็นคนดีหรือไม่อย่างไร ควรทำตนเป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูกเห็น เพื่อที่ลูกจะได้ประพฤติปฏิบัติตามอย่างได้ผลด้วยค่ะ

ข้อมูลโดย happybaby.

http://www.happybaby.in.th/web

Leave a Reply

%d bloggers like this: