ขนมเบื้องชาววัง

Posted by nok | วิธีการทำขนมไทย | Sunday 5 September 2010 9:19 pm

ขนมเบื้อง

http://i262.photobucket.com/albums/ii90/jjbd_photo/food%207/1189886867.jpg

+  ส่วนผสมตัวแป้ง +

* แป้งข้าวเจ้า 350 กรัม

* แป้งถั่วเขียว 200 กรัม

* แป้งสาลี 100 กรัม

* น้ำตาลปี๊บ 1/2 ถ้วยตวง

* น้ำปูนใส 2 ถ้วยตวง

* ไข่เป็ด (เฉพาะไข่แดง) 2 ฟอง


+  ส่วนผสมน้ำตาลทาขนม +

* น้ำตาลปี๊บ 500 กรัม

* ไข่เป็ด (เฉพาะไข่ขาว) 20 ฟอง

+  ส่วนผสมหน้าครีม +

* ไข่เป็ด (เฉพาะไข่ขาว) 3 ฟอง

* น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วยตวง

* ครีมออฟทาร์ทาร์ 1/2 ช้อนชา

* ไส้หวาน : มะพร้าวขูด, ฝอยทองและงาขาว
* ไส้เค็ม : นำกุ้งสดไปผัดกับน้ำมัน จากนั้นปรุงรสด้วยพริกไทย, เกลือ, ต้นหอมซอย และผักชี

วิธีทำ

1. เตรีมทำตัวแป้งโดยนำแป้งข้าวเจ้า, แป้งถั่วเขียวและแป้งสาลีไปร่อนรวมกัน แล้วจึงนำไปผสมกับน้ำปูนใส, น้ำตาลปี๊บและไข่แดง นวด(ขยำ) จนส่วนผสมเข้ากันดี แล้วจึงพักไว้

2. เตรียมทำน้ำตาลทาขนมเบื้อง โดยนำไข่ขาวและน้ำตาลปี๊บมาผสมกัน คนจนน้ำตาลละลายทั่วดี แล้วจึงพักไว้

3. เตรียมทำส่วนผสมหน้าครีม โดยผสมไข่ขาว, น้ำตาลทรายและครีมออฟทาร์ทาร์เข้าด้วยกัน ตีจนส่วนผสมเข้ากันดี, ผิวเนียนและขึ้นฟู จึงพักไว้

4. ตั้งไฟบนกระทะก้นแบน ใช้กระจ่าแตะที่ส่วนผสมตัวแป้ง (ที่เตรียมไว้ในขั้นตอนที่ 1) แล้วละเลงบนกระทะ จากนั้น จึงเลือกเอาว่าจะทาน้ำตาล (ส่วนผสมที่เตรียมไว้ในขั้นตอนที่ 2) หรือจะทาครีม (ส่วนผสมที่เตรียมไว้ในขั้นตอนที่ 3) เลือกเอา อย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น แล้วละเลงบนตัวแป้ง

5. จากนั้นจึงเลือกว่าจะใส่ไส้เค็มหรือไส้หวาน เมื่อใส่ไส้เสร็จแล้ว รอสักพักจนขนมสุกจึงพับครึ่งแล้วแซะใส่ถาด หรือจัดใส่จานเสริฟ

credit: flash-mini.com/thaidesser

การทำขนมเรไร

Posted by nok | วิธีการทำขนมไทย | Sunday 5 September 2010 9:12 pm

ขนมเรไร

ขนมไทยมีลักษณะสวยงามและได้รับการกล่าวขานมานานดังลักษณะรูปร่างความประณีต และ
กลิ่นหอมของขนมนั้น ได้รับการเปรียบเปรยจากลักษณะรูปร่างที่พบเห็นเหมือนดังขนมเรไร หรือรังไรที่พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ได้ทรงพระราชนิพนธ์ถึงขนมรังไรไว้ใน
กาพย์เห่เรื่องชมเครื่องคาวหวานว่า

“รังไรโรยด้วยแป้ง

เหมือนนกแกล้งทำรังรวง

โอ้อกนกทั้งปวง

ยังยินดีด้วยมีรัง”

จากพระราชนิพนธ์ที่กล่าวมานี้ทำให้สามารถจินตนาการลักษณะของขนมเรไรได้ว่ามีลักษณะ
เป็นรังนกม้วนสานกันไปมา

ส่วนผสม

แป้งข้าวเจ้าชนิดแห้ง

300 กรัม

3 ถ้วย

แป้งท้าวยายม่อมบดละเอียด

30 กรัม

3 ช้อนโต๊ะ

แป้งสิงคโปร์ (ทำนวล)

50 กรัม

½ ถ้วย

กะทิข้นปานกลาง

375 กรัม

1½ ถ้วย

น้ำดอกไม้สด

563 กรัม

2¼ ถ้วย

น้ำตาลทรายเม็ดละเอียด

200 กรัม

1 ถ้วย

กะทิข้น

375 กรัม

1½ ถ้วย

สำหรับราดหน้าขนม

มะพร้าวทึนทึกขูดฝอยนึ่งสุก 240 กรัม 2 ถ้วย
เกลือป่น 3 กรัม 1 ช้อนชา
งาขาว-ดำ บุบพอแตก 135 กรัม 1 ถ้วย
ใบตองรองลังถึง 3-4 แผ่น

วิธีทำ

1. ผสมแป้งข้าวเจ้าและแป้งท้าวยายม่อมกับกะทินวดพอนุ่ม ใช้เวลาประมาณ  10 นาที
จึงผสมน้ำกะทิที่เหลือและน้ำดอกมะลิ ใส่กระทะทอง คนบนไฟให้แห้งจนแป้งร่อน
จากกระทะทิ้งไว้พออุ่น

2. นวดแป้งที่คนได้ที่แล้วจนนุ่มและไม่ติดมือ คลึงเป็นแท่งยาวประมาณ 10 นิ้ว กว้าง 1 นิ้ว
ตัดแป้งเป็นก้อน ๆ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 นิ้ว จนกระทั่งหมดแป้ง

3. โรยแป้งมันบนพิมพ์ให้ทั่ว นำแป้งในข้อ 2 วางบนพิมพ์กดแป้ง แป้งที่ออกมาจากพิมพ์จะมี
ลักษณะเป็นเส้นกลมเหมือนรังนก

4. วางขนมที่กดจากพิมพ์ ลงในลังถึงที่ปูใบตองทากะทิให้ทั่ว นึ่งประมาณ 4-5 นาที ยกลง
วางพักไว้ให้เย็น

5. รับประทานกับมะพร้าวทึนทึก และกะทิตั้งไฟพอข้นใส่เกลือ เพื่อให้รสกลมกล่อม สัดส่วนนี้
รับประทานได้ 15 คน จัดเสริฟ 1 ที่ 60 กรัม

ข้อเสนอแนะ

1. การเตรียมแป้งเป็นขั้นตอนการทำขนมเรไรที่สำคัญ ซึ่งจะต้องใช้เทคนิคดังนี้

1.1 การนวดแป้งควรนวดด้วยอุ้งมือ และนวดให้แป้งนุ่มมือ
1.2 ควรคนแป้งในทิศทางเดียวกัน และให้แป้งแห้งไม่ติดมือจึงยกลง
1.3 ใช้แป้งมันทำนวลเล็กน้อยเท่าที่จำเป็น ถ้าใช้นวลมากเวลานึ่งแป้งจะยุบและแฉะ

2. การนึ่งจับเวลาหลังจากน้ำเดือดประมาณ 3- 4 นาที เท่านั้น หากนึ่งนานกว่านี้ขนมจะยุบ
แบนราบ แป้งแฉะ

3. การจัดขนมลงภาชนะ

3.1 ปูมะพร้าวลง
3.2 วางขนมบนมะพร้าว
3.3 แยกกะทิ งา น้ำตาล ไว้ต่างหาก เมื่อถึงเวลารับประทานจึงโรยน้ำตาล งา กะทิ
ตามลำดับ
3.4 ลักษณะที่ดี เส้นเป็นมัน เหนียว นุ่มมีการทรงตัวดี ไม่ยุบ

การทำขนมโค

Posted by nok | วิธีการทำขนมไทย | Sunday 5 September 2010 9:01 pm

ขนมโ ค

ขนมโคเป็นขนมชนิดหนึ่งเวลาทานขนมโคจะนุ่มลิ้นค่ะ

เพราะขนมโคทำง่ายค่ะ ขั้นตอนก็ไม่ยุ่งยากอะไร ขนมโคเป็นขนมที่ทำจากแป้ง

ที่เมนูขนมหวานไทยได้นำเสนอวันนี้

ส่วนผสมวและวิธีการทำขนมโค
1) แป้งข้าวเหนียว 500 กรัม
2) มะพร้าวขูด 1 ลูก
(ใช้มะพร้าวที่ไม่อ่อน ไม่แก่)
3) น้ำตาลมะพร้าว
(ให้ตัดเป็นชิ้นเล็ก ๆ หรือถ้าชอบให้ไส้หวานก็ใส่ตามชอบ)
6) เกลือ (สักเล็กน้อย)
7) น้ำเปล่า

วิธีทำ
1) เตรียมกะละมัง ใส่แป้ง ใส่น้ำตามทีละน้อย
แล้วนวดจนแป้งนิ่มมือ
2) เมื่อได้แป้งแล้ว ให้ปั้นเป็นก้อน (ขนาดหัวแม่โป้งมือ)
แล้วกดให้แบน
เอาน้ำตาลมะพร้าวที่ตัดไว้ มาวางบนแป้ง
แล้วปิดให้มิด
ทำไปจนหมดแป้ง
3) เตรียมหม้อ ใส่น้ำ ตั้งไฟให้เดือดพล่าน
4) ใส่ก้อนแป้งที่ทำเสร็จแล้วลงไปต้ม
พอแป้งสุก จะลอยตัวขึ้นค่ะ
ให้ตักใส่กระชอน พักไว้ให้สะเด็ดน้ำ
5) เอาลงไปคลุกกับมะพร้าวขูดผสมกับเกลือ ให้ทั่ว
(ให้แบ่งมะพร้าวคลุกกับเกลือ แล้วค่อยเอาแป้งคลุกทีละรอบนะคะ)
6) คลุกแล้ว เอาใส่จาน

การทำซูชิ

Posted by nok | การทำซูชิ | Monday 30 August 2010 12:10 am

ภาพอาหารญี่ปุ่น น่าทานมาก

ภาพจากเว็ป  www.ubmthai.com

มาทำข้าวซูชิกันค่ะ

วิธีทำ ข้าวซูชิครับ
ข้าวซูชิ 4 ถ้วย
Japanese rice vinegar 1/3 ถ้วย (น้ำส้มสายชูญี่ปุ่น)
เกลือ 1 1/2 ชช.
น้ำตาลทรายป่น 1 1/2 ชต. (น้ำตาลทรายปกติให้เอาไปปั่นก่อนนะคะ จะได้ละลายง่ายขึ้นครับ)

วิธีทำ
1.ล้างข้าวด้วยน้ำสะอาด หุงข้าวด้วยหม้อหุงข้าว
ก็เหมือนปกตินะครับ แต่ถ้าหุงข้าวด้วยหม้อ
ก็ให้แช่น้ำ 10 นาทีก่อนค่ะ แล้วตั้งหม้อให้เดือด
ซัก 2 นาที แล้วค่ะลดไฟลงมาต่ำ
หุงประมาณ 10-20 นาทีค่ะ
ใช้หุงแบบที่เราหุงข้าวปกตินะครับ

2.ช่วงที่หุงข้าวอยู่ให้ผสม น้ำส้มสายชู
เกลือ น้ำตาล ให้เข้ากัน

3.เมื่อข้าวสุกแล้ว ให้พักข้าวให้เย็น ซัก 10 นาที
ก่อนนะครับ ยกฝาหม้อออก แล้วใช้ คิทเช่นโรล
ปิดไว้แทนครับ ให้ตักข้าว ใส่อ่างไม้ หรือถ้วยใบใหญ่
เทน้ำส้มสายชูที่เราผสมแล้ว คนให้เข้ากัน
คนเบาๆๆนะครับ หลังจากนั้น ก็ใช้ผ้าขาวปิดไว้ครับ
ข้าวจะได้ไม่แห้ง

ใครอยู่อังกฤษ ซื้ออุปกรณ์ เครื่องปรุงได้ที่ Tesco, Waitrose ค่ะ ไม่แพงครับ

มาทำข้าวปั้นกันดีกว่าครับ

Hosomaki Sushi with Carrots and Cucumbers

ข้าวปั้นแครอทกับแตงกวาครับ

สูตรนี้ทำได้ 24 ชิ้นครับ

เครื่องปรุง
แครอท 1 หัวใหญ่
แตงกวา 1 หัว
สาเก หรือ น้ำส้มสายชูญี่ปุ่น 3 ชต. (Janpanese rice wine)
น้ำเปล่า 2 ชต.
น้ำตาลทรายป่น 1/2 ชช.
เกลือ 1/4 ชช.
แผ่นสาหร่าย 2 แผ่น
ข้าวซูชิ 2 2/3 ถ้วย (ทำตามวิธีทำด้านบนนะครับ)
วาซาบิ 1 ชช.

ทานกับ ซีอิ้วขาว วาซาบิ ขิงดอง

ใช้เวลาทำ 30 นาที

วิธีทำ

ปอกแครอท หันเป็นชิ้นบาง ยาว หนา1/2 ซม. และแตงกวาด้วยนะครับ

ตั้งหม้อ ใส่สาแก(น้ำส้มสายชูญี่ปุ่น) น้ำเปล่า 2 ชต.
น้ำตาล เกลือ ตั้งจนเดือด แล้วก็ใส่แครอทที่เราหั่นแล้ว
ปิดฝาไว้ 1 นาที แล้วก็ใส่แตงกวาลงไป จากนั้น
ก็ยกหม้อออกจากเตาครับ ตั้งให้เย็น และตักแครอท
แตงกวาออกจากหม้อ แล้วตักวางที่ คิทเช่นโรลนะครับ ซับให้แห้งครับ

ตัดแผ่นสาหร่ายครึ่งหนึ่ง วางบนแผ่นม้วนซูชิ
วางข้าวบนแผ่นสาหร่าย อย่าให้หนานะครับ จะม้วนยาก
แล้วทาวาซาบิลงไปตรงกลางของข้าว
และวางแครอท แตงกวา แล้ว ก็ม้วนจากด้านในตัวเรา
ออกไปนะครับ ไม่ยากเลยครับ ยกแผ่นไม้ไผ่ขึ้นนิดนึง
แล้วม้วนบีบเบาๆๆ ช่วงที่ม้วนก็ใช้มือบีบ ทั้งซ้าย
และขวาครับ แล้วก็ม้วน หมดเลยครับ
จากนั้นก็ใช้มีดที่คมกริบนะครับ มาหั่นข้าวปั้ครับ
ให้ทาน้ำส้มสายชูที่ เหลือจาก ต้มแครอทก็ได้นะครับ
จะได้หั่นง่ายขึ้น ข้าวไม่ติดมีดค่ะ(หรือผสมใส่ถ้วยไว้ก็ได้
ค่ะ เพราะเราจะทำข้าวปั้นอีกอย่างเวลาปั้นข้าวแล้ว
ข้าวจะไม่ติดมือครับ)

เสิร์ฟกับซีอิ้วขาว และวาซาบิค่ะ ลองทำดูนะคะไม่ยากครับ
อุปกรณ์ครับ

รูปวิธีทำจากเจ้าของต้นตำรับค่ะ

http://sushi-master.com/usa/index2.html

http://www.school.net.th/

http://sushi-master.com/usa/index2.html

ความลับของอาหารที่ทำให้สาวญี่ปุ่นอ่อนกว่าวัย

ความลับของอาหารที่ทำให้สาวญี่ปุ่นอ่อนกว่าวัย

สาวญี่ปุ่นพยายามอย่างยิ่งที่จะรักษาหุ่นให้ดูดีผอมเพรียว  และนั่นเป็นความพยายามที่ไม่สูญเปล่า  ว่ากันว่าถ้าคุณทานอาหารญี่ปุ่นทุกวัน  ประโยชน์ก็จะตกอยู่กับร่างกายของคุณในไม่ช้า  ทั้งนี้เพราะในอาหารญี่ปุ่นส่วนใหญ่ประกอบด้วยผัก  และปลา  ซึ่งมัไขมันต่ำมาก

องค์การอนามัยโลกระบุว่า  สาวชาวญี่ปุ่นได้ชื่อว่า  มีอายุยืนมากที่สุด  และรักษาสุขภาพดีที่สุดในโลก  หลายปีที่ผ่านมาพวกเธอไม่เคยเจ็บป่วยเป็นโรคร้ายแรงหรือต้องเข้าออกโรง พยาบาลเป็นว่าเล่ย  เมื่อเปรียบเทียบกับผู้หญิงในภูมิภาคอื่นพวกเธอมีอัตราการเป็นมะเร็งเต้านม และโรคหัวใจต่ำ  ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า  ปัจจัยสำคัญเป็นเพราะอาหาร

การกินและรูปแบบการใช้ชีวิตของชาวญี่ปุ่น

1. การนำเสนอเป็นกุญแจสำคัญ  เสริร์ฟอาหารแต่พอประมาณบนจานสวยๆ  ใบเล็ก  จะช่วยให้คุณประทับใจกับอาหาร  ผู้หญิงญี่ปุ่นยังยึดสุภาษิตที่ว่า  “ฮารา  ฮาซิ  บันเม”  ซึ่งหมายถึงทานให้อิ่มแค่ 80%

2. เน้นปลา  ผัก  ข้าว  ถั่วเหลือง  และผลไม้  คิดถึงผักเป็นอาหารจานหลักไม่ใช่แค่เครื่องเคียง

3. ทานอาหารที่มีไฟเบอร์สูง  ข้าวกล้อง  งดขนทป้งขาว  มัฟฟิน  หรือขนทปังโรลต่างๆ

4. ใช้น้ำมันเรพสีดอออยส์ (rapeseed  oil) ซึ่งเป็นไขมันไม่อิ่มตัวปรุงอาหาร  เป็นน้ำมันปรุงอาหารยอดนิยมอันดับหนึ่งของชาวญี่ปุ่น

5. เปลี่ยนจากชาดั้งเดิมเดิมมาเป็นชาเขียว  จากการศึกษาพบว่า  ชาเขียวมีเคทชินโพลิฟินอลส์  ซึ่งเป็นสารที่ช่วยกระตุ้นในเกิดการเผาผลาญแคลอรี่  นอกจากนี้ชาเขียวอุดมไปด้วยสารแอนตี้ออกซิเดนต์  ซึ่งช่วยซะลอความแก่…ดื่มซะ

6.  เคลื่อนไหวไม่หยุดนิ่ง  รูปแบบการใช้ชีวิตของชาวญี่ปุ่นมักไม่หยุดนิ่ง  พวกเขาออกกำลังอยู่เป็นประจำ  ไม่ว่าจะเป็นการเดิน  ปั่นจักรยาน

ที่มา : นิตยสาร  เคล็ดลับการกินเพื่อชีวิตที่ดีกว่า

อาหารญี่ปุ่น น่าทานมาก

สูตรอาหาร : ซุปข้าวโพด

สูตรอาหาร : ซุปข้าวโพด


CornSoup

วันนี้ขอเอาใจคนชอบทานซุปสไตล์ฝรั่งกันหน่อย กับเมนูชื่อว่า ซุปข้าวโพด จำได้ว่าตอนเป็นเด็กชอบทานประจำเพราะช่วยให้อิ่มท้องแถมอร่อย และได้ประโยชน์อีกด้วย

ส่วนผสม

  1. ข้าวโพดฝานบางๆ 1 ถ้วย
  2. แป้งสาลี 1 ช้อนโต๊ะ
  3. เนย 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
  4. นมสด 1/2 ถ้วย
  5. หอมหัวใหญ่สับละเอียด 1/4 ถ้วย
  6. น้ำซุป 1 1/2 ถ้วย
  7. เกลือป่นเล็กน้อย

วิธีทำ

  1. นำกระทะตั้งไฟ ใส่เนยพอละลาย ใส่หอมหัวใหญ่ลงไปผัดพอมีกลิ่นหอม ใส่แป้งสาลีตามลงไปผัดพอเข้ากัน
  2. เติมน้ำซุป ข้าวโพดที่เตรียมไว้ เกลือป่น คนให้เข้ากัน เคี่ยวต่อประมาณ 20 นาที (ถ้าเป็นข้าวโพดสดต้องฝานบางและต้มนานขึ้น ใช้น้ำซุป 2 ถ้วย เคี่ยวประมาณ 30–40 นาที)
  3. ขั้นตอนสุดท้าย เติมนมสด คนให้ทั่ว พอเดือด ยกลงจากเตา แบ่งใส่ถ้วยเสิร์ฟ

credit: www.hilunch.com

สูตรอาหาร : แซลมอนน้ำมันมะกอก

Posted by nok | วิธีการทำอาหารไทย,u can cook Thai | Tuesday 17 August 2010 1:00 am

สูตรอาหาร : แซลมอนน้ำมันมะกอก

Salmon

ปลาแซลมอน เป็นอาหารที่ได้รับความนิยมมากขึ้นกว่าแต่ก่อน เนื่องจากรสนิยมการทานอาหารญี่ปุ่นมาแรงอย่างมาก ที่สำคัญเนื้อของปลาแซลมอนนั่นช่างอร่อยยั่วยวนเสียเหลือเกิน แซลมอนน้ำมันมะกอก เป็นอีกเมนูอาหารหนึ่งที่อยาำกนำมาบอกต่อให้ได้ลองไปทำกันดู โดยเฉพาะสำหรับคุณแม่ที่กำลังมีลูก แซลมอนนั้นมีส่วนช่วยบำรุงคุณแม่ได้อย่างมากมาย ใครทำแล้วได้ผลเป็นอย่างไรมาบอกเล่ากันบ้างนะ

ส่วนผสม

  1. ปลาแซลมอนหมักเกลือกับไข่ไก่นาน 1/2 ชั่วโมง
  2. แป้งขนมปัง
  3. ผงออริกาโน
  4. น้ำมันมะกอก
  5. มะนาว
  6. สลัดสับปะรด (สับปะรด ไข่ไก่ต้มสุก แคนตาลูป น้ำสลัด)

วิธีทำ

  1. ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันมะกอก รอจนน้ำมันร้อนปานกลาง นำแซลมอนที่หมักแล้วชุบแป้งขนมปังลงทอดให้ฟูสุกเหลืองทั้งสองด้าน
  2. ยกขึ้นให้สะเด็ดน้ำมัน วางในจาน โรยออริกาโน เคียงด้วยมะนาวฝานละสลัดสับปะรด มื้อนี้โปรตีนและไขมันชั้นดีสูง (หากหาปลาแซลมอนไม่ได้ ลองเปลี่ยนเป็นปลากะพงทอดกับน้ำมันถั่วเหลืองหรือน้ำมันเมล็ดทานตะวันก็ได้ ค่ะ

credit: www.hilunch.com

สูตรอาหาร : ยำก้านคะน้า

Posted by nok | วิธีการทำอาหารไทย,u can cook Thai | Tuesday 17 August 2010 12:56 am

สูตรอาหาร : ยำก้านคะน้า

ยำก้านคะน้า

อาหารประเภทยำเป็นอะไรที่หลายคนขาดไม่ได้ ยำก้านคะน้า เป็นอีกเมนูที่จะทำให้หลายท่านต้องเปรี้ยวปาก ใครมีหมูใส่หมู ใครมีกุ้งใส่กุ้ง ยำทั้งทีทำให้รสจัดๆ รับรองอร่อยแน่นอน

ส่วนผสม

  1. คะน้ำต้นใหญ่ 5–8 ต้น
  2. ตับหมู 100 กรัม
  3. หมูสับ 100 กรัม
  4. กุ้ง 6 ตัว
  5. มะเขือเทศ
  6. พริกขี้หนูซอย
  7. หอมแดงซอย
  8. น้ำตาลทราย
  9. น้ำปลา
  10. น้ำมะนาว
  11. ถั่วลิสงคั่ว

วิธีทำ

  1. ล้างตับและกุ้งให้สะอาด ลวกตับ กุ้ง และหมูสับทีละอย่างในน้ำเดือดจัด หั่นตับเป็นชิ้นเล็กๆ
  2. ล้างคะน้าให้สะอาด ใช้เฉพาะต้นและยอดอ่อน หั่นเป็นท่อนเล็กๆ ลวกในน้ำร้อนแล้วแช่ในน้ำเย็นจัดทันที ตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำ
  3. ทำน้ำยำโดยนำหอมแดงซอย พริกขี้หนูซอยใส่ลงในถ้วย ปรุงด้วยน้ำตาลทราย น้ำปลา น้ำมะนาว ให้ได้รสชาติตามใจชอบ
  4. นำตับ หมูสับ กุ้ง คะน้า มะเขือเทศ มาคลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วราดด้วยน้ำยำ โรยหน้าด้วยถั่วลิสงคั่ว

credit: www.hilunch.com

กะหล่ำ ต้านอนุมูลอิสระ

กะหล่ำ ต้านอนุมูลอิสระ

กะหล่ำ

กะหล่ำเต็มไปด้วยสารต่อต้านมะเร็งและอนุมูลอิสระ และยังช่วยตับขับฮอร์โมนที่มากเกินไป ซึ่งอาจเป็นฮอร์โมนความเครียดที่มีผลเสียต่อร่างกาย ทั้งยังช่วยทำความสะอาดระบบย่อยอาหาร รักษาและปกป้องกระเพาะอาหารจากแบคทีเรียและไวรัสต่างๆ พืชตระกูลกะหล่ำ ได้แก่ กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก บร็อคโคลี่ และ กะหล่ำปม ผักเหล่านี้ช่วยทำความสะอาดร่างกายและช่วยกำจัดของเสียจากสิ่งแวดล้อม เช่น ของเสียจากควันบุหรี่ ควันจากท่อไอเสีย และช่วยให้ตับผลิตเอนไซม์ออกมาให้เพียงพอในการกำจัดของเสียอีกด้วย

credit: www.hilunch.com

สูตรอาหาร : กุ้งเจี๋ยนแปะก๊วย

Posted by nok | วิธีการทำอาหารไทย,u can cook Thai | Tuesday 17 August 2010 12:45 am

สูตรอาหาร : กุ้งเจี๋ยนแปะก๊วย


อาหารจีนขึ้นโต๊ะอย่างกุ้งเจี๋ยนแปะก๊วยเราคงจะไม่ได้ทานบ่อยนัก แต่วันไหนมีงานมงคล หรือจะต้องเลี้ยงฉลองใหญ่ก็อย่าลืมสั่งมารับประทานดู หรืออยากประหยัดทำเองก็ไม่ยากเกินความสามารถ

Fried_prawn_oyster_sauce

ส่วนผสม

  1. กุ้งแชบ๊วยตัวใหญ่ 10 ตัว
  2. แปะก๊วย 20 ลูก
  3. คะน้าฮ่องกง 8 ต้น
  4. พริกไทยป่น 1 ช้อนชา
  5. ซอสหอยนางรม 1 ทัพพี
  6. เหล้าจีนปรุงอาหาร 2 ช้อนโต๊ะ
  7. น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
  8. ซีอิ้วขาว 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

  1. ล้างกุ้งให้สะอาดแล้วสะด็ดน้ำให้แห้ง ผ่าหลังกุ้งเปิดให้เห็นเนื้อขาว
  2. ตั้งกระทะน้ำมันร้อนปานกลาง นำกุ้งลงทอดพอสะดุ้ง
  3. ผัดกุ้งที่ทอดกับน้ำมัน ใส่พริกไทย ซอสหอยนางรม เหล้าจีน น้ำตาล ซีอิ้วขาว
  4. ผัดแปะก๊วยกับซอสหอยนางรม พริกไทย น้ำตาล แล้วราดบนกุ้งที่เจี๋ยนแล้ว
  5. ลวกคะน้าฮ่องกงให้สุก วางเคียงกุ้งเจี๋ยน เป็นอันเสร็จพิธีกับเมนูกุ้งเจี๋ยนแปะก๊วย
    credit: www.hilunch.com
Next Page »